การเลือกประเภทบัญชีในการเทรด Forex ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ ต้นทุนการเทรด (Trading Cost) โดยเฉพาะสำหรับนักเทรดที่เน้นการเทรด ทองคำ (XAUUSD) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมในตลาด Forex
หนึ่งในโบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทยคือ Exness เนื่องจากมีเงื่อนไขการเทรดที่ยืดหยุ่น ระบบฝากถอนที่รวดเร็ว และมีบัญชีให้เลือกหลายประเภท
แต่สิ่งที่นักเทรดควรรู้คือ ค่าสเปรดของ Exness ในแต่ละบัญชีไม่เท่ากัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อกำไรและต้นทุนการเทรด
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของ ค่าสเปรดทองคำในบัญชี Exness แต่ละประเภท พร้อมแนวทางเลือกบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
ค่าสเปรด (Spread) คืออะไร
ก่อนจะเปรียบเทียบประเภทบัญชี เราควรเข้าใจก่อนว่า Spread คืออะไร
Spread คือส่วนต่างระหว่าง
ราคาซื้อ (Bid)
และ
ราคาขาย (Ask)
ส่วนต่างนี้ถือเป็น ต้นทุนการเทรดที่โบรกเกอร์เรียกเก็บ
ตัวอย่างเช่น
หากราคาทองคำ
Bid = 2000
Ask = 2000.25
Spread = 0.25 หรือ 25 จุด
ยิ่ง Spread ต่ำเท่าไร ต้นทุนการเทรดก็ยิ่งต่ำ
ค่าสเปรดทองคำ Exness ในแต่ละบัญชี
จากข้อมูลในภาพสามารถสรุปได้ว่า ค่าสเปรดของทองคำใน Exness แตกต่างกันตามประเภทบัญชี
บัญชี Standard Plus
Spread โดยเฉลี่ย
ประมาณ 25 จุด
Rebate
ประมาณ $8 ต่อ Lot
บัญชีนี้เหมาะสำหรับ
นักเทรดทั่วไป
ผู้ที่เริ่มต้นเทรด
ผู้ที่ต้องการรับ Rebate สูง
แม้ว่าสเปรดจะสูงกว่าบัญชีอื่นเล็กน้อย แต่การได้รับ Rebate ที่มากกว่า สามารถช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว
บัญชี Standard
Spread โดยเฉลี่ย
ประมาณ 16 จุด
Rebate
ประมาณ $6 ต่อ Lot
บัญชี Standard ถือเป็นบัญชีที่สมดุลระหว่าง
ค่าสเปรด
เงินรีเบท
เหมาะสำหรับ
นักเทรดที่มีประสบการณ์
ผู้ที่ต้องการต้นทุนการเทรดต่ำลง
เทรดเดอร์ที่เทรดบ่อย
บัญชี Pro
Spread โดยเฉลี่ย
ประมาณ 11 จุด
Rebate
ประมาณ $2.7 ต่อ Lot
บัญชี Pro มีจุดเด่นคือ
ค่าสเปรดต่ำมาก
เหมาะสำหรับ
Scalper
Day Trader
นักเทรดที่ต้องการต้นทุนต่ำที่สุด
อย่างไรก็ตาม Rebate ของบัญชีนี้จะต่ำกว่าบัญชีอื่น
ทำไม Rebate ถึงสำคัญสำหรับนักเทรด
Rebate คือเงินคืนจากค่าธรรมเนียมการเทรด ซึ่งมักมาจากส่วนแบ่งของ Spread หรือ Commission ที่โบรกเกอร์จ่ายให้กับพาร์ทเนอร์
เมื่อเทรดผ่านระบบ Forex Rebate
นักเทรดจะได้รับเงินคืนจากทุกการเทรด
ตัวอย่าง
หากคุณเทรด
100 Lot ต่อเดือน
และได้รับ Rebate
$6 ต่อ Lot
คุณจะได้รับเงินคืน
$600 ต่อเดือน
ซึ่งถือเป็นการเพิ่มกำไรโดยไม่ต้องเพิ่มความเสี่ยงในการเทรด
เปรียบเทียบความคุ้มค่าของแต่ละบัญชี
หากเปรียบเทียบทั้งสามบัญชี
Standard Plus
Spread สูง
Rebate สูง
Standard
Spread ปานกลาง
Rebate ปานกลาง
Pro
Spread ต่ำ
Rebate ต่ำ
ดังนั้นการเลือกบัญชีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับ สไตล์การเทรด
นักเทรดแบบไหนควรใช้บัญชี Standard Plus
บัญชี Standard Plus เหมาะสำหรับ
นักเทรดที่ต้องการ Rebate สูง
นักเทรดที่เปิดออเดอร์จำนวนมาก
นักเทรดที่เน้นการสะสม Rebate
เนื่องจากเงินคืนที่ได้รับสามารถช่วยเพิ่มกำไรในระยะยาว
นักเทรดแบบไหนควรใช้บัญชี Standard
บัญชี Standard เหมาะสำหรับ
นักเทรดทั่วไป
ผู้ที่ต้องการต้นทุนการเทรดสมดุล
เทรดเดอร์ที่ไม่ได้เน้น Scalping
บัญชีนี้ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเทรดส่วนใหญ่
นักเทรดแบบไหนควรใช้บัญชี Pro
บัญชี Pro เหมาะสำหรับ
Scalper
Day Trader
นักเทรดที่ต้องการ Spread ต่ำ
เพราะต้นทุนต่อการเปิดออเดอร์จะต่ำกว่า
ทำให้สามารถเข้าออกตลาดได้บ่อย
วิธีเพิ่มความคุ้มค่าในการเทรด Exness
หากต้องการเพิ่มกำไรจากการเทรด นักเทรดควรให้ความสำคัญกับ
เลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสม
เทรดผ่านระบบ Rebate
ใช้ Risk Management
เลือกช่วงเวลาที่ Spread ต่ำ
การลดต้นทุนการเทรดสามารถช่วยเพิ่มกำไรได้ในระยะยาว
เทรด Exness ผ่าน TraderRefund ดีอย่างไร
การเทรดผ่านระบบ TraderRefund
ช่วยให้นักเทรดได้รับ
Forex Rebate
เงินคืนจาก Spread
ต้นทุนการเทรดที่ต่ำลง
ไม่ว่าคุณจะใช้บัญชี
Standard Plus
Standard
Pro
ก็สามารถรับ Rebate ได้
ยิ่งเทรดมาก ก็ยิ่งได้รับเงินคืนมาก
สรุป
ค่าสเปรดของ Exness สำหรับการเทรดทองคำแตกต่างกันตามประเภทบัญชี
Standard Plus
Spread ประมาณ 25 จุด
Rebate ประมาณ $8
Standard
Spread ประมาณ 16 จุด
Rebate ประมาณ $6
Pro
Spread ประมาณ 11 จุด
Rebate ประมาณ $2.7
การเลือกบัญชีที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรด และใช้ระบบ Forex Rebate จาก TraderRefund จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง
การซื้อขาย Forex และสินทรัพย์ที่มีเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจและไม่ควรลงทุนด้วยเงินที่ไม่สามารถยอมรับการสูญเสียได้


